• Entertainment
More

    14 หนังรัก น่านอนดู ต้อนรับวันวาเลนไทน์

    จริง ๆ Love Actually เรื่องเดียวนี่ก็ครบทุกอย่างแล้วนะ 5555

    สวัสดีครับ ใกล้ถึงเทศกาล Valentines ประจำปีนี้และครั้งแรกของทศวรรษใหม่ด้วย ก็ขอให้เพื่อน ๆ นั้นมีความสุขในเทศกาลแห่งความรักกันนะครับ สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรในเทศกาลที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบนี้ ลองหาหนังมาดูสักเรื่องก็ไม่เลว ซึ่งวันนี้ เราจะมาแนะนำหนังที่สามารถดูได้ในเทศกาลแห่งความรัก ที่ครอบคลุมกับความรักในทุก ๆ แบบเลยก็ว่าได้ แต่จะมีเรื่องไหนบ้างก็มาดูกัน

    Before Sunrise (1995)

    ผมน่าจะเจอคุณเร็วกว่านี้….

    หนังที่ ริชาร์ด ลิเนเกอร์ ใช้เวลาถึง 18 ปี กว่าจะถ่ายทำออกมาให้ครบไตรภาค โดยสองภาคที่ตามมาคือ Before Sunset (2004) และ Before Midnight (2013) ห่างกันเรื่องละเก้าปี โดยหนังนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจากของผู้กำกับอย่างลิเนเกอร์ที่หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งที่พบกันโดยบังเอิญในปี 1989 แต่น่าเสียดายที่เธอนั้นเสียชีวิตก่อนหนังเรื่องนี้จะฉายไม่กี่สัปดหา์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสามภาคถือว่าเป็นหนึ่งในหนังรักที่ดีที่สุดตลอดกาลเลยทีเดียว

    Love Letter (1995)

    เธอสบายดีมั้ย??
    ส่วนฉัน..ฉันสบายดี

    ในยุคที่โทรศัพท์ยังไม่แพร่หลาย จดหมายคือหนึ่งในสิ่งที่แทนข้อความในการสื่อสารที่ดีที่สุด การสื่อสารภาษารักเช่นกัน ซึ่ง Love Letter จะพาเราไปสำรวจวิถีชีวิตแบบฉบับญี่ปุ่นที่มีความโรแมนติกปนฉากสะท้อนอารมณ์บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหนังรักที่ทำออกมาได้อย่างซาบซึ้งมาก ๆ โดยเฉพาะคำพูดในหนังที่คมคายและความหมายดีมาก ๆ ตามสไตล์คลาสสิก ปัจจุบันมีให้ชมใน Netflix ครับ ถ้าใครอยากจะดูหนังรักแบบคลาสสิกหน่อย ๆ ก็สามารถเข้าไปรับชมกันได้

    My Sassy Girl (2001)

    โชคชะตา คือ สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไปหารักแท้

    ในช่วงที่ภาพยนตร์เกาหลีเริ่มเป็นที่รู้จัก หนึ่งในประเภทหนังที่ทำออกมาแล้วประทับใจผู้คนมากที่สุดก็คือแนว “รอมคอม” ตลกปนฮา ดังเช่น My Sassy Girl นี่แหละครับ แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นจนเป็นที่ประทับใจต่อคนดูมากที่สุดก็คือ วิธีการนำเสนอในแบบที่ค่อย ๆ คลายปมต่าง ๆ ในหนังให้คนดูได้ร่วมลุ้นไปด้วย จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแจ้งเกิดของ “ยัยตัวร้าย” อย่าง จอนจีฮยอน หรือ จวนจีฮุน ไปในที่สุด และ ทำให้มีการรีเมคจากฝั่งอเมริกาด้วย

    Lost in Translation (2003)

    ทุก ๆ คนต้องการที่จะถูกค้นพบ

    หนังรักสไตล์พูดน้อยต่อยหนัก ประหยัดคำพูดด้วยธีมของหนัง แต่ถ่ายทอดออกมาได้น่ารักอมยิ้มแถมชวนประทับใจ ที่ว่ากันว่าเป็นผลงานการกำกับที่น่าจะดีที่สุดแล้วของ โซเฟีย คอปโปล่า ลูกสาวของผู้กำกับ The Godfather ทั้งไตรภาค โดยได้ บิล เมอร์เรย์ ในลุคหนุ่มใหญ่วัยกลางคนที่แต่งงานแล้ว และ สการ์เลตต์ โจแฮนเซ่น ในวันที่ยังเป็นสาวสะรุ่น สองชาวตะวันตกมาเจอกันในเมืองใหญ่อย่าง โตเกียว และ เรื่องราวอันน่าประทับใจก็เกิดขึ้นจนต้องแนะนำให้ไปหามาชมครับ

    Love Actually (2003)

    สำหรับผม คุณสมบูรณ์แบบ

    นอกจากจะเป็นหนังที่ดูในวันวาเลนไทน์ได้แล้ว ยังเป็นหนังที่เหมือนเป็นหนังประจำคริสต์มาสไปโดยปริยาย กับการรวมดาวของฝั่งฮอลลีวูดที่มากันครบครัน และ ถ่ายทอดออกมาผ่านความรักในหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง, ผู้ชายด้วยกัน, ความรักของพ่อลูกที่ช่วยเยียวยากัน, ความรักแบบแอบรักคนมีเจ้าของ, ความรักต่างภาษา ฯลฯ เอาเป็นว่า ไม่ว่าความรักในแบบของคุณจะมีเหมือนในหนังหรือไม่ แต่คุณดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณจะเข้าใจ “ความรัก” มากขึ้นแน่นอน

    Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)

    มันจะต่างออกไป ถ้าเราเริ่มกันใหม่

    นอกจากหนังเรื่องนี้จะเป็นแนวหนังที่ถ่ายทอดจากคนไม่รักกัน ผสมความกาว ๆ แบบไซไฟนิด ๆ จนน่าสนใจแล้ว นี่ยังเป็นหนังที่ทำลายความคิดที่ว่า “จิม แคร์รีย์ เล่นเป็นแต่หนังตลก” อีกด้วย (แม้ว่าบางมุมของหนังจะยังสอดแทรกความตลกมาบ้าง) แต่นี่เป็นหนึ่งในหนังที่เหมาะแก่การเอามาดูกับคนรักของคุณเพื่อปรับอารมณ์กันอีกด้วย คุณอาจจะคิดว่า “ให้เธอหาย ๆ ไปซะก็ดี” ในบางวันกับแฟนคุณ แต่หนังเรื่องนี้จะให้คำตอบกับคุณมากกว่าคำว่า “ขาดฉันแล้วจะรู้สึก” แน่นอน

    The Notebook (2004)

    หวังว่าวันนึง หากเราได้พบกันอีกครั้ง คุณจะจำได้ว่าในฤดูร้อนนึง เราเคยอ่านหนังสือใต้ต้นไม้
    ขี่จักรยานด้วยกัน และ รักกัน

    มีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าคุณไม่ได้ร้องไห้กับหนังเรื่องนี้ คุณจะรักมันและรู้สึกอบอุ่นไปกับมันมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อคุณโตขึ้นแล้ว หนังนั้นรับบทนำโดย ไรอัน กอสลิ่ง ในวันที่ยังไม่ได้มาเป็นนักขับใน Drive (2011) และ ราเชล แมคอดัมส์ ในวันที่ยังไม่ได้เล่นหนังรักที่ท่องกาลเวลาบ่อย ๆ แบบช่วงหลัง โดยสิ่งที่ทำให้ผู้คนนั้นรู้สึกชอบกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ ก็คือ การถ่ายทอดถึงความรักของคนสองคน ในแบบที่ไม่ต้องสื่อสารกันตรง ๆ แต่ใช้สมุดบันทึกแบบตามชื่อเรื่องนั่นเอง

    Sky of Love / Koizora (2007)

    ฉันอยากเป็นท้องฟ้า เพื่อที่จะรู้ได้เสมอว่าเธออยู่ที่ไหน

    ถ้าคุณดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณไม่ร้องไห้สักแอะ ถือว่าคุณเป็นคนที่จิตใจมั่นคงแข็งแรงมาก เพราะหนังญี่ปุ่นวัยใสที่ดัดแปลงจากนิยายเรื่องนี้นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในหนังรักที่คนไทยนิยมดูกัน และเป็นหนังในความทรงจำสำหรับใครหลาย ๆ คน แม้จะมีฉากดราม่าและซีนที่สะเทือนอารมณ์ในหลาย ๆ รูปแบบ แต่ก็เพราะว่าซีนอารมณ์ในหนังนี่แหละ ที่ทำให้ถูกใจจริตคนดูทางบ้านเราไม่น้อยเลย และ ก็เป็นหนึ่งในหนังเรื่องแรก ๆ ที่ทำให้บ้านเรารู้จัก “งักกี้” อารางากิ ยูอิ ดาราที่เป็นนางเอกของเรื่องด้วย

    ลุคของงีกกี้ในยุคนี้ที่น่าจะคุ้นตาใครหลายคน

    500 Days of Summer (2009)

    ผมหวังจริงๆว่าคุณจะมีความสุขมากๆนะ

    หนึ่งในหนังรักหลากอารมณ์ที่ คุณดูรอบแรก คุณอาจไม่ชอบนางเอก (โซอี้ เดแชนเนล รับบท ซัมเมอร์) ดูรอบสอง คุณอาจเริ่มไม่ชอบพระเอก (โจเซป กอร์ดอน เลวิตต์ รับบท ทอม แฮนเซ่น) แต่ถ้าคุณดูอีกรอบ คุณอาจเข้าใจทั้งสองคน โดยตัวหนังนั้น สะท้อนมุมมองของคนอกหักหรือต่อต้านความรัก มากกว่าในมุมของคนมีความรักมากกว่าในท้ายที่สุด แต่เชื่อเถอะว่า นี่คือหนึ่งใน “หนักรัก” ที่อธิบายรูปแบบของความรักได้ซาบซึ้งและดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลย

    Blue Is the Warmest Colour (2011)

    หัวใจฉันขาดบางอย่างไป บางอย่างที่ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

    ในยุคที่ความหลากหลายทางเพศนั้นเปิดกว้างมากขึ้น การที่จะมีหนังที่ถ่ายทอดความรักของกลุ่มเพศเดียวกันออกมาได้อย่างน่าประทับใจให้ได้ชมกันในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้จากผู้กำกับเชื้อสายตูนิเซีย อับเดลลาทีฟ เคจิจ ที่ไม่ใช่แค่หนังที่คนทั่วไปชอบ แต่รวมไปถึงสายนักวิจารณ์ ที่ถึงขั้นเลือกให้หนังนั้นได้รับรางวัล Palme d’Or ปี 2013 แบบเป็นเสียงเอกฉันท์เลยทีเดียว ก่อนที่ Parasite จะตามรอยคว้ารางวัลแบบเสียงเอกฉันท์บ้างในปี 2019

    The Perks of Being a Wallflower (2012)

    เรามักจะรักคนที่เราคิดว่าคู่ควร

    หนึ่งในหนังรักที่ทำออกมาได้ดราม่าพอควร กับการผูกเรื่องราวที่มีชีวิตที่เป็น ปมในวัยเด็ก ของพระเอกอย่างชาร์ลี ซึ่งเรื่องราวของหนังมาจากนิยายชื่อเดียวกันที่เขียนโดย โลแกน เลอร์แมน โดยเซทเรื่องราวให้อยู่ในยุค 90’s ที่วัยรุ่นหลาย ๆ คนชอบช่วงเวลานี้กัน หนังนั้นค่อนข้างเน้นถึงสภาพชีวิตเบื้องหลังของ เด็กชายผู้มีปัญหากับครอบครัว, มีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อน และความรักในแบบที่อธิบายยาก แต่รับรองว่าดูแลเราจะเข้าใจถึงชีวิตรักในแบบวัยรุ่นได้อีกมุมเลยครับ

    Her (2013)

    ฉันว่าการตกหลุมรักคือความเสียสติอย่างหนึ่ง ที่สังคมยอมรับได้

    อาจจะแทงใจดำใครหลายคน แต่ถ้าถามว่า “คนไม่มีแฟนควรดูหนังรักเรื่องไหนในวันวาเลนไทน์” เรื่องนี้หละครับเหมาะสุด เพราะบางทีความรักของคุณ อาจไม่ต้องเป็นความรักระหว่างคุณกับเพศตรงข้าม…เพศเดียวกัน แต่เป็นความรักกับสิ่งที่เรียกว่าโปรแกรม!! โดยหนังนั้นมี วาคีน ฟินิกซ์ กับแฟนคนปัจจุบันอย่าง รูนีย์ มาร่า, เอมี อดัมส์, โอลิเวีย ไวลด์ และ เจ้าของเสียงพากย์โปรแกรมที่หนังของเธออยู่ในลิสต์ เรื่องก่อนหน้าไปแล้วอย่าง สการ์เลตต์ โจแฮนเซ่น

    สไปซ์ โจนซ์ (ซ้าย) ผู้กำกับ Her ที่ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาเป็นมุมมองอีกด้านของหนังอย่าง Lost in Translation โดยอดีตภรรยาของเขาอย่าง โซเฟีย คอปโปล่า ครับ

    Carol (2015)

    ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไร จะรู้ได้ไงกันในเมื่อฉันต้องการมันทุกอย่าง?

    จาก The Price of Salt นิยายที่แต่งโดย แพทริเชีย ไฮสมิท กลายมาเป็นหนังรักแบบแนวละเมียดละไม และแสนจะอบอุ่น ที่ได้ เคต บลานเชตต์ มาจับคู่กับ รูนีย์ มารา ในธีมของนิวยอร์กยุค 50’s และอากาศที่หนาวเหน็บกับเพลงคลาสสิก แต่ถึงจะเป็นหนังที่เป็นความรักระหว่างผู้หญิงด้วยกัน แต่เชื่อว่าถ้าใครหลายคนได้ดูแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไร เมื่อดูจบแล้วคุณอาจจะได้มุมมองความรัก และความประทับใจจากหนัง แบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนแน่นอนครับ

    Call Me By Your Name (2017)

    ไม่มีใครชอบอยู่คนเดียว ฉันแค่เรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมัน

    เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยเจอความรักในแบบที่ไม่ได้ครอบครองกันมาเยอะครับในชีวิตนี้ เราอาจหลงรักใครสักคนในแบบที่ เราอาจคิดถึงเขาอยู่ตลอดพักนึง หรือ อาจจะจดจำไปตลอดชั่วชีวิตแบบเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ ที่มีต้นฉบับมาจากนิยายของ อังเดร แอซิเมิน ที่วางขายสิบปีก่อนหน้าที่จะมีการทำเป็นภาพยนตร์ออกมา โดยหนังนั้น แม้จะมีการดัดแปลงจากเนื้อเรื่องในนิยายบ้าง แต่สิ่งที่หนังทำได้ดีไม่แพ้กัน คือการถ่ายทอดถึงการตามหาความรักที่มีบทสรุปที่สวยงามนั่นเอง

    ทั้งหมดก็คือลิสต์หนังประจำเทศกาลแห่งความรักที่คัดมาให้ลองหามารับชมครับ บางเรื่องเชื่อว่าเพื่อน ๆ น่าจะได้ดูหลายรอบแล้ว บางเรื่องอาจไม่เคยดู หรือบางคนอาจเคยดูมาทุกเรื่องก็ได้ ก็หวังว่าจะไม่พลาดหนังดี ๆ กันนะครับ และ ถ้าไม่อยากพลาดบทความดี ๆ จาก Uknow ก็อย่าลืมฝาก กดไลก์กดแชร์ และเปิดแจ้งเตือนเพจไว้ด้วยนะครับ รับรองว่าเราจะมีอะไรแบบนีมาฝากเรื่อย ๆ แน่นอน สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ

    Stay Connected

    1,269FansLike
    0SubscribersSubscribe
    Nuttyctophilia
    ชอบเรื่องภูมิศาสตร์กับอ่านเกร็ดความรู้ทุกอย่าง นักเขียนไม่กี่คนในเมืองไทยที่ชอบต้นตีนเป็ด