More

    ครบรอบ 7 ปี Iron Man 3 กับ 7+ เกร็ดน่ารู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้

    ไอ้ fact เรื่องอินเตอร์เน็ตนี่ ผมชอบมากจนต้องทำบทความนี้จริง ๆ ครับ

    SourceIMDb

    สวัสดีครับ เนื่องในโอกาส Iron Man 3 ได้ฉายรอบพรีเมียร์เป็นครั้งแรก ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาผ่านมานานถึง 7 ปีแล้ว สำหรับหนังเดี่ยวฮีโร่เรื่องแรกของ “จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล” ที่ทำรายได้ทะลุพันล้านเหรียญ

    ในวันนี้ ทาง uKNOW จึงขอพาทุกท่านย้อนกลับไปเจาะลึกถึงหนังเรื่องนี้ ผ่านรายละเอียดที่น่าสนใจในหนัง 7 อย่าง ซึ่งก็จะมีแถมบางเรื่องไปนิดหน่อยด้วยพอหอมปากหอมคอ แต่จะเป็นอะไรบ้างและน่าสนใจแค่ไหน ก็ลองอ่านดูเลยครับ


    ครบรอบ 50 ปี Iron Man

    ในปี 2013 ที่ Iron Man 3 ได้ออกฉายนั้น ตรงกับปีที่ 50 ของการเปิดตัว Iron Man ในคอมิค Tales of Suspense #39 พอดี จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญไม่น้อยของตัวละครตัวนี้ครับ


    จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ

    ในช่วงแรก ๆ ของการเขียนบทนั้น ได้มีการเขียนเรื่องราวช่วงแรกของหนังหลายแบบ เช่น การเปิดด้วยฉากในเทนเนสซี่ หรือจะเป็นภาพย้อนไปยังชีวิตของโทนี่ตอนเด็ก (ที่ต่อมาน่าจะถูกเอามาใช้เป็นหนึ่งในฉากของ Civil War ที่เป็นโทนี่วัยรุ่น)

    และแผนที่ว่า ก็รวมไปถึงฉากที่โทนี่จะทำลายแนวกับระเบิดของ Stark Industry ที่สื่อถึงการก้าวข้ามอดีตของเขานั่นเอง แต่ท้ายที่สุดก็ได้เปลี่ยนมาเป็นฉากเปิดตัวที่อธิบายที่มาที่ไปของตัวร้ายให้คนดูได้ทราบชัดเจนแทน


    Prop ของแมนดาริน

    ตัวของแมนดาริน (เบน คิงส์ลีย์) ได้มีลักษณะการแต่งตัวที่ออกแนวไปทางเอเชีย ตามเรื่องราวเดิมในคอมิค ซึ่งในภาพยนตร์นั้น ตัวของแมนดารินได้มีการสักรูปโล่ของกัปตันอเมริกาเอาไว้ แต่ตรงกลางโล่แทนด้วยตัว A ที่สื่อถึง Anarchism หรืออนาธิปไตย ซึ่งในยุคนี้ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของการก่อการร้ายแบบหนึ่ง

    นอกจากนี้ ตัวของแมนดารินยังได้มีการนำแหวนมาของ “ราซา” (ฟาราน ทาฮีร์) ตัวร้ายของ Iron Man ภาคแรกมาใส่ต่อด้วย ซึ่งก็เป็นคอนเซปต์ของ “เทนริงส์” นั่นเอง


    ตัวร้ายในอนาคต?!

    ในช่วงท้ายเรื่องได้มีการปรากฏขึ้นของรอยสักมังกรบนตัวของ อัลดริช คิลเลียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อถึงตัวร้ายอีกตัว อย่าง Fin Fang Foom ที่มีข่าวลือว่าอาจจะมาปรากฏตัวใน Shang-Chi ที่กำลังจะมีการสร้างในอนาคตด้วย

    มังกรมีมือชัดขนาดนี้ก็มีแค่คน เอ้ย ตัวเดียวแหละครับ

    “คุณรู้ว่าผมเป็นใคร”

    ในช่วงปาร์ตี้ต้นเรื่อง โทนี่นั้นจะติดแท็กบนเสื้อที่มีข้อความว่า “You Know Who I Am” (คุณรู้ว่าผมเป็นใคร) ซึ่งในชีวิตจริงตัวของ “อาร์ดีเจ” ได้ใช้ประโยคดังกล่าว ใส่ไว้ในไบโอบนหน้าทวิตเตอร์ของเขามาโดยตลอด และทุกวันนี้…ก็ยังใช้อยู่ครับ

    “You Know Who I Am.”

    ไม่มี AC/DC?!

    นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ไม่ได้ใช้เพลงจาก AC/DC มาประกอบในหนังเลย จากการที่ภาค 1 เคยใช้เพลง Back In Black ตอนเปิดเรื่องแล้วเป็นที่ติดหูมาจนถึงตอนนี้ และภาคสองใช้ไปอีก 3 เพลงครับ

    3 ปกจาก 3 เพลงของ Iron Man 2

    เมืองนี้อินเตอร์เน็ตเร็ว

    ตัวหนังนั้นได้อ้างอิงเมืองหิมะจากเมือง “แชตตานูก้า” ในรัฐเทนเนสซี่ แต่จริง ๆ แล้ว ตัวหนังได้ถ่ายในเคแนนส์วิล รัฐนอร์ธแคโรไลน่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมืองแชตตานูก้านั้น มีอินเตอร์เน็ตที่เร็วที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ เลยทีเดียว แต่หนังดันให้เมืองนั้นมีอินเตอร์เน็ตช้าซะงั้น?!

    ภาพบน: แชตตานูก้า, เทนเนสซี่ ที่หนังอ้างถึง, ภาพล่าง: แชตตานูก้า, นอร์ธแคโรไลน่า สถานที่ถ่ายทำหนัง (ภาพโดย: Wikipedia)

    จุดเปลี่ยนที่สำคัญ

    เราอาจทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็น “ครั้งแรก” ไปหลาย ๆ เรื่องแล้ว เช่น สิทธิ์ของภาพยนตร์นั้นได้พ้นจาก Paramount ในภาคนี้, นิค ฟิวรี่ ไม่มาปรากฏเป็นครั้งแรก, เปลี่ยนผู้กำกับครั้งแรก แต่หนึ่งในนั้นก็คือ “เป็นหนังเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยระบบข้อมูลดิจิตอลทั้งเรื่องด้วย” (คือไม่ใช้กล้องฟิล์มเลย)


    เราเกือบได้เห็น จู๊ด ลอว์ ใน MCU เร็วกว่านี้

    สำหรับตัวร้ายของภาคนี้นั้น ต้องบอกว่าในตอนแรก จู๊ด ลอว์ เป็นแคนดิเดตแรกที่จะมาแสดงเป็น อัลดริช คิลเลียน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยป๋าโรเบิร์ตเองจากการที่เคยร่วมงานกันใน Sherlock Holmes ของ Warner ทั้งสองภาคมาก่อน

    และนอกจากนี้ ยังเคยรวมงานกับ เกวนเนธ พาโทรว์ มาแล้วด้วย จาก Sky Captain and the World of Tomorrow ในปี 2004 แต่สุดท้ายก็เป็น กาย เพียร์ซ ที่ได้บทนี้ไป แต่ลอว์ก็ได้เข้าร่วม MCU ในเวลาต่อมาจากบท “ยอน-รอกก์” ของ Captain Marvel ซึ่งดูแล้วก็ใช้งานแกไม่ได้คุ้มเท่าไหร่เลย

    ถ้าไม่นับภรรยาป๋าโรเบิร์ต (คนสองจากขวา) ควรหาช่องพาเจ๊คาเมร่อน ดิแอซ เข้ามาแจมมั่งน้า

    จากตัวร้ายกลายเป็นฮีโร่

    หนึ่งในแคสต์ช่วงแรก ๆ อีกคนที่น่าสนใจคือ มีรายงานว่า แอนโทนี่ แมคกี้ ได้รับบทหนังไปอ่านด้วย ซึ่งทางมาร์เวลนั้นได้ให้เขามาแคสต์บทแมนดาริน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีบทในหนังแต่อย่างใด และก็มาปรากฏตัวใน The Winter Soldier ที่ฉายในปีต่อมาแทน ในฐานะของ แซม วิลสัน หรือ ฟอลคอน ที่เป็นฮีโร่ครับ

    เกือบอดบทคู่หู “แซมบัค” แบบทุกวันนี้แล้ว

    เครดิตเกรียนตัวแรกของ MCU

    ปิดท้ายด้วยฉากหลังเครดิตที่หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รายละเอียดของเครดิตตัวนี้ที่ควรจดจำมากกว่าความเกรียนคือ นี่เป็นหนังเรื่องแรกใน MCU ที่ฉากหลังเครดิตนั้นไม่ได้จะสื่อหรือกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดในภาคต่อไปแต่อย่างใด ซึ่งคนก็คงงงว่าลงทุนลาก มาร์ก รัฟฟาโล่ มามีบทในหนังกับเขา (แค่เนี้ย?!) ทำไมเนี่ย


    และทั้งหมดที่อ่านมาก็คือ สิ่งที่น่าสนใจของ Iron Man 3 ครับ อย่าเพิ่งคิดว่าผมมาต้มคนอ่านเอาข้อสุดท้ายประหนึ่งกัปตันใน Spider-Man เลยครับ แหะ ๆ ฉะนั้นแล้วก็อย่าลืมกดไลก์กดแชร์ให้กับ uKNOW กันด้วยนะครับ แล้วเจอกันใหม่จ้า

    Nuttyctophilia
    ชอบเรื่องภูมิศาสตร์กับอ่านเกร็ดความรู้ทุกอย่าง นักเขียนไม่กี่คนในเมืองไทยที่ชอบต้นตีนเป็ด