More

    ไปกันใหญ่ | Anonymous แฉมี spyware จากรัฐบาลจีนใน TikTok, อินเดียสั่งแบนหลังสองประเทศเริ่มระอุ

    น่าติดตาม

    SourceForbes

    กลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างเต็มตัวสำหรับดราม่าของ TikTok แอปพลิเคชันสัญชาติจีนที่ตอนนี้เริ่มมีปัญหาจากผู้ต่อต้านการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนสองกลุ่มในตอนนี้ก็คือ อินเดีย ที่ออกกฎแบนอย่างจริงจังร่วมกับแอปฯ อื่น ๆ อีกที่พัฒนาจากจีน และ “Annonymous” กลุ่มแฮคเกอร์อิสระ ที่เตือนให้คนตระหนักถึงความอันตรายจากแอปฯ นี้


    อินเดีย – จากคนรักกลายเป็นผู้ชิงชัง

    ในความเป็นจริง ผู้ใช้งานแอปฯ TikTok จากฝั่งอินเดีย ตอนแรกมีเยอะมากตามคลื่นประชากรของประเทศ ที่เป็น Top 2 ของโลกใบนี้มาแต่ต้น ทว่าด้วยความผสมโรงกับการปลุกปั่นที่มีการเปรียบเทียบกับกลุ่มเซเลปของ “YouTube” ทำให้เริ่มมีการใส่ร้ายกันอย่างจริงจัง จนคนนั้นเริ่มแอนตี้ TikTok ตามมาจากการปลุกปั่นช่วงต้น จนกลายเป็นเหตุผลแรกที่ทำให้เริ่มมีการแอนตี้

    ครีเอเตอร์ของทั้งฝั่ง TikTok และ YouTube เริ่มโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ลามไปถึงกลุ่ม fan based ที่มีการเปรียบเทียบกันระหว่างสองแอปฯ นี้ด้วย แต่เหตุผลต่อมาที่สำคัญเลยก็คือ ในตัวแอปฯ เริ่มมีบรรยากาศที่สาดความเป็น hate speech ที่นอกเหนือจากการโจมตีกันเองของกลุ่มผู้ใช้งานอินเดีย ที่เป็นการถากถางกลุ่มผู้คนจากอินเดีย

    และที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ตอนนี้ กลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดที่ทั้งสองประเทศเริ่มตรึงกำลังทหารใส่กันตรงชายแดนแล้ว ซึ่งมันกลายเป็นความตึงเครียดที่ไม่ใช่แบบในแอปฯ ที่แค่การกระหน่ำรีวิว 1 ดาว ก่อนที่จะถูกกู้คืนจากทาง PlayStore เอง จนทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า กลุ่มผู้พัฒนานั้น ได้ทำการ “ติดสินบน” แอปฯ หน้าร้านเหล่านี้

    แรงกดดันที่ตอนนี้ไม่ใช่มาจากแค่คนอินเดียเองแล้ว แต่มาจากทางรัฐบาลและเหตุผลทางการเมืองด้วย จึงทำให้กลุ่มประชากรนั้นตัดสินใจไม่ยากที่จะเลือกเข้าข้างประเทศตัวเองไว้ก่อน ยอมรับการแบน TikTok และหันมาใช้แอปฯ ของตัวเอง (ด้านล่าง)

    https://twitter.com/Kquns/status/1278706934963552256

    แม้แต่ดารา Ashnoor Kaur ที่เคยมีผู้ติดตามถึงหลัก 3 ล้านคนในนั้น ยังสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลไปด้วย ทำให้ปัจจุบัน ความตึงเครียดระหว่าง TikTok กับคนอินเดียที่เดิมเป็น “สงครามชาวเน็ต” กลายมาเป็นการกระทบกระทั่งกันที่มีเรื่องการเมืองเข้ามา ได้ส่งผลให้ประเทศที่มีประชากรกว่า 1,353 ล้านคน ไม่ต้อนรับแอปฯ นี้อีกต่อไป


    สรุปประเด็น

    • ในระยะแรกของความขัดแย้ง เกิดจากผู้ใช้งานในอินเดียของ TikTok ที่โจมตีกันไปมาในเรื่องของความนิยมของแอปฯ และกลุ่มเซเลป ทำให้เริ่มมีคนบางส่วนต่อต้านแอปฯ นี้
    • ผู้ใช้งานจากโซนอื่น ๆ ไม่พอใจพฤติกรรมของคนอินเดียที่เริ่มลามออกไปอย่างไม่เหมาะสม จึงทำให้พวกเขานั้นเรียกร้องให้แบนแอปฯ นี้ รวมไปถึงคนในอินเดียเองบางส่วนที่ไม่ต้องการให้ผู้คนนั้นใช้แอปฯ นี้ในทางที่ไม่เหมาะสม
    • ต่อมาได้ผสมโรงกับกลุ่มคนอินเดียที่เริ่มมองว่าผู้คนใน TikTok จากประเทศอื่นนั้น ไม่ต้อนรับพวกเขา ทำให้เกิดความไม่พอใจ แห่กันลดรีวิว 1 ดาวใส่แอปฯ แต่ก็ไม่เป็นผล
    • เมื่อมีเรื่องทางการเมืองระหว่างอินเดียกับจีนที่มีมาตั้งแต่พฤษภาคมเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ทำให้คนอินเดียนั้นคล้อยตามรัฐบาล และยินดีกับนโยบายการแบนแอปฯ จีนรวม TikTok ไปด้วย
    Street Speak | Delhiites On The TikTok Ban

    TikTok ban… Yay or nay?

    โพสต์โดย Indiatimes เมื่อ วันพุธที่ 17 เมษายน 2019

    คำเตือนจาก Annonymous

    Anonymous ไม่มีแอคเคาท์ TikTok เพราะแอปฯ ถูกสร้างจาก spyware ของรัฐบาลจีน เหมือนเฟซบุ๊กและไอจีที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันให้รัฐบาลสหรัฐฯ” ส่วนหนึ่งจากทวีตของ “อะนอน” กลุ่มผู้ใส่หน้ากาก Guy Fawkes ที่เป็นผู้เรียกร้องโลกเสรี ได้ทวีตถึงแอปฯ จีนตัวนี้ ครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    ปัจจุบันนี้ นอกจากที่กลุ่มอะนอนบนโลกอินเตอร์เน็ตจะเป็นกลุ่มที่ช่วยซัพพอร์ตผู้ประท้วง “BLM” ในสหรัฐฯ แล้ว พวกเขายังได้ทำการล้วงลูกรัฐบาลจีนอย่างหนักหน่วงทุกเม็ด กระทั่งประเด็นแรง ๆ อย่างซินเจียงอุยกูร์, ทิเบตและฮ่องกง จนมาถึงเรื่องของ spyware ในแอปฯ สายบันเทิงตัวนี้

    แม้ว่าหลายฝ่ายที่ไม่ชอบใจในพฤติกรรมของความเป็น “เสรีชน” ของกลุ่มอะนอนจะเย้ยหยันว่า พวกเขานั้นแค่ต้องการซีน หรือไม่ก็แค่จับโยงไปเรื่อย เพราะตัวกลุ่มอะนอนเองก็ไม่ได้แสดงหลักฐานที่ชัดแจ้งมากนัก แต่สิ่งที่มันชัดกว่าก็คือ การที่ตัว iOS 14 ถูกระบุได้ว่าแอปฯ ตัวนี้ สามารถที่จะเจาะเข้ายันคลิปบอร์ดของผู้ใช้ได้ด้วย

    จริงอยู่ว่า แอปฯ บางตัวนี้ มีลักษณะของการเตือนที่บอกแก่ผู้ (ต้องการ) ใช้งานตั้งแต่จะติดตั้งแอปฯ แล้วว่า จะสามารถเข้าถึงในส่วนไหนได้บ้าง แต่ในลักษณะของการทำงานแบบ “เบื้องลึกเบื้องหลัง” ที่ดูจะเกินจากขอบเขตของข้อกำหนดและยอมรับการใช้งานที่ได้มีระบุไว้แบบนี้ ก็ทำให้อดคิดถึงความปลอดภัยไม่ได้จริง ๆ ว่า ที่สุดแล้ว การใช้งานจะปลอดภัยจริงหรือ

    กระแสในการ “ต้านจีนแผ่นดินใหญ่” ช่วงนี้ ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และอินเดีย ที่ดูจะรับส่งกันได้ดีตามมาหลังจากนี้ ก็อาจเป็นตัวขับเคลื่อนชั้นดีอย่างนึงให้กับประเด็นนี้ แต่สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยนอกเหนือจากตัวอคติกับประเทศนั้น ๆ เอง ก็คือข้อเท็จจริงในเรื่องของ “ความปลอดภัย” นั่นเอง


    ผลที่ตามมา

    แม้ว่า TikTok จะยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างไม่ขาดสาย ด้วยลักษณะของการที่หนุนการทำ “ครีเอตคอนเทนท์” กับผู้ใช้งานผ่านรูปแบบของวิดีโอที่มีความกระชับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้งานของผู้ใช้บางรายนั้นก็มีความหมิ่นเหม่ หรือนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยก็มีอยู่ต่อเนื่อง

    ประกอบกับประเด็นของเบื้องหลังผู้พัฒนาแอปฯ นี้ ที่อาจจะโดนอิทธิพลมืดครอบงำอยู่ ที่ทำให้ตัวแอปฯ นั้น ไม่มีความปลอดภัยในการใช้งานนักเพราะมีนอกมีในแบบนี้ การเสียตลาดผู้ใช้งานในสหรัฐฯ และอินเดีย ประเทศที่มีประชากรรวมกันเกินพันห้าร้อยล้านคนแบบนี้ย่อมไม่ใช่ทิศทางที่ดีของแอปฯ แน่นอน

    TikTok จะสามารถปรับปรุงภาพลักษณ์ของตัวเองได้ดีแค่ไหน และจะเกิดขึ้นในทิศทางใด เวลาและความจริงใจของผู้พัฒนาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น ไม่ว่าแอปฯ จะมาจากประเทศไหน แต่ถ้าคุณภาพเป็นที่วางใจมากขึ้น ก็ย่อมจะได้รับการตอบสนองที่ดีแน่นอน


    ทั้งหมดก็เป็นประเทศประเด็นร้อนจาก TikTok ในตอนนี้ที่เก็บเกี่ยวมาฝากครับ ใครที่ใช้งานตัวแอปฯ นี้อยู่ที่อยากแชร์เรื่องราวด้านดี ๆ หรือประสบการณ์การใช้งานให้กับเพื่อนใน uKNOW ได้อ่านกันก็อย่าลืมคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์นะครับ และอย่าลืมกดไลก์กดแชร์ให้กับเราด้วยหละ เจอกันใหม่โอกาสหน้าจ้า

    Nuttyctophilia
    ชอบเรื่องภูมิศาสตร์กับอ่านเกร็ดความรู้ทุกอย่าง นักเขียนไม่กี่คนในเมืองไทยที่ชอบต้นตีนเป็ด