More

    เรียนรู้สงครามเย็น | Bridge of Spies หนังที่จะให้คุณ “เข้าถึงประวัติศาสตร์” ของ Black Ops Cold War

    น่าสนใจ...

    เปิดตัวกันไปแล้วกับ Black Ops Cold War ที่มาตามนัดหลังจากที่มีการเปิดตัวแบบแอบ ๆ ในส่วนของ hint ให้คนไปแก้ปริศนาเพื่อเอาลิงก์ไปดูวิดีโอ จนกระทั่ง NoahJ756 ไปเจอมันในที่สุด และได้มีคนแห่เข้าไปดูเป็นจำนวนมาก แต่ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ที่ครั้งนึงเคยถูกเอามาทำเป็นภาพยนตร์กัน

    หมายเหตุ: บทความนี้มีการเปิดเผยข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ในภาพยนตร์ จึงมีการเปิดเผยเนื้อหาในภาพยนตร์หลายส่วน

    สปายแห่งโซเวียต และความดราม่า

    หนังดังกล่าวเชื่อว่าหลายคนจำได้ดีเลยถึงความดราม่า และการอิงประวัติศาสตร์ที่สุดแสนจะเข้มข้น “Bridge of Spies” ที่กำกับโดยยอดผู้กำกับ สตีเฟ่น สปิลเบิร์ก และยอดนักแสดง ทอม แฮงส์ รวมไปถึง มาร์ก ไรเลนซ์ ที่ได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบไปด้วย

    (via: Variety)

    ความเกี่ยวข้องระหว่างเกมกับหนัง คือตัวอย่างที่เราเพิ่งได้เห็นไปนั้น ได้มีการเอาบุคลจริงในประวัติศาสตร์ที่เคยมีการถ่ายทอดเรื่องราวของเขามาแล้วในภาพยนตร์ คือ บอบบี้ ฟิสเชอร์ หรือชื่อจริง รูดอล์ฟ เอเบล ที่ในภาพยนตร์รับบทโดยไรเลนซ์นี่แหละครับ

    มาร์ก ไรเลนซ์ และ รูดอล์ฟ เอเบล ตัวจริง

    เอเบลสำคัญอย่างไร? เขานั้นเป็นสายลับที่เข้าไปสืบการพัฒนาระบบอาวุธข้ามทวีปหรือ ICBM และโครงการขีปนาวุธต่าง ๆ ของสหรัฐฯ รวมไปถึงโปรเจกต์ใหญ่อย่างแมนแฮตตันอีกด้วย ซึ่งการสืบราชการลับระหว่างประเทศนั้นจริง ๆ แล้วก็เป็นสเตปที่เบสิกในการสู้กันของมหาอำนาจแหละครับ ใครรู้มากกว่าก็หาทางแก้ลำอีกฝั่งได้มากกว่านั่นเอง

    ICBM รุ่นแรกของโซเวียต

    โปรเจกต์ดังกล่าวคือ “เพอร์ซีอุส” หรือ “เพอร์ส” ซึ่งมันก็คือชื่อโปรเจกต์ที่ขึ้นอยู่ในตัวอย่างนั่นเอง แต่กว่าจะมีการยืนยันการมีอยู่ของโปรเจกต์นี้ก็ต้องรอให้สหภาพโซเวียต ล่มสลายไปในปี 1991 เลยครับ ข้อมูลถึงหลุดออกมาได้

    Perseus จากตัวอย่างแรกของ BOCW

    เอเบลนั้นติดตามทาง เรย์โน ไฮเฮเนน ที่มาจากหน่วย KGB หรือหน่วยสืบราชการลับของโซเวียตด้วยกัน ก่อนที่ต่อมาไฮเนเฮนจะโดนข้อหาเรื่องคดีนิกเกิลกลวง ซึ่งเป็นการที่พวกสายลับโซเวียตเหล่านี้เอาไมโครชิปในการสืบข้อมูลใส่ไปในเหรียญนั่นเอง แต่เขานั้นสามารถ (ทำเป็น) ช่วย FBI ในการแก้คดีไปได้

    เรย์โน ไฮเฮเนน มีเอกลักษณ์คือชอบสวมแว่นดำ (ภาพโดย: Helsingin Sanomat)

    ปัญหาคือหลังจากนั้น เอเบลดันโดนจับสิครับ ในวันที่ 21 มิถุนายน 1957 หลังจากถูกติดตามตัวโดย FBI มาอย่างยาวนาน เพราะเขานั้นเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในกระบวนการทำเหรียญนิกเกิลเหล่านั้น เอเบลซึ่งตอนนั้นใช้ชื่อฟิสเชอร์นั้นโดนจับเพราะการหลุดข้อมูลที่ได้มาว่าเขานั้นเป็น “นายพัน” ซึ่งเป็นยศทางการทหารที่เขามีในโซเวียตด้วย

    รูดอล์ฟ เอเบล (คนกลาง) ขณะถูกควบคุมตัว (ภาพโดย: Radio Free Europe)

    หลังจากที่เอเบลโดนซักข้อมูลในหลาย ๆ รัฐของสหรัฐฯ ทางการก็ได้ติดต่อ “เจมส์ โดโนแวน” ที่แสดงโดยแฮงส์ในภาพยนตร์มาเป็นทนายให้กับตัวของเอเบล เพราะตัวของโดโนแวนเคยว่าความให้กับทางสำนักบริการด้านยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสปายโดยตรงของกองทัพ และนั่นคือความดราม่าที่เกิดขึ้นครับ

    เจมส์ ดับเบิลยู. โดโนแวน และ ทอม แฮงส์ ในภาพยนตร์

    สปายแห่งอเมริกา

    เราจะข้ามความเข้มข้นในภาพยนตร์ตรงนี้ที่เกิดขึ้นไปนะครับ เพราะผลสุดท้ายแล้ว เอเบลนั้นถูกจำคุกไปด้วยหลายข้อหา ซึ่งความเป็นจริงความผิด 3 กระทงของเอเบลนั้นต้องจำคุกนานถึง 45 ปี ซึ่งเราก็ต้องมาดูว่าเกมนั้นจะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ยังไง แต่หลังจากนี้ในประวัติศาสตร์ก็มีเรื่องวุ่นอีกครั้งครับ เพราะคราวนี้โซเวียตจับสปายได้บ้างแล้ว

    เหตุการณ์นั้น คืออุบัติการณ์ ยู-2ซี ครับ มันคือเหตุการณ์ที่โซเวียตสามารถตรวจจับและยิงเครื่องบินสอดแนม ดราก้อนเลดี้ ของทางฝั่งอเมริกันได้ ใน 1 พฤษภาคม 1960 แต่เด็ดกว่านั้นคือ ทางโซเวียต ได้ตัวนักบินของเครื่องมาแบบเป็น ๆ ด้วย เขาคือ ฟรานซิส แกรี เพาเวอร์ส ที่ในภาพยนตร์ Bridge of Spies แสดงโดย ออสติน สโตเวล

    ตอนแรกนั้นทางสหรัฐฯ พยายามบ่ายเบี่ยงครับ แต่ทางโซเวียตก็มั่นใจว่าเป็นทางอเมริกาที่เป็นตัวอยู่เบื้องหลังแน่นอน และด้วยการที่มันเกิดขึ้นแค่ช่วงสองสัปดาห์ก่อนการประชุมสี่มหาอำนาจ ในกรุงปารีส (คือนอกจากสองประเทศนี้ก็จะมียูเคและฝรั่งเศส) ทำให้จากการที่จะได้มานั่งเจรจากันดี ๆ ตอนนี้ความสัมพันธ์เริ่มตึงเครียดและเป็นทางโซเวียตที่โกรธบ้างแล้ว

    ออสติน สโตเวล ในภาพยนตร์ และ ฟรานซิส แกรี เพาเวอร์ส

    โซเวียตตัดสินโทษของเพาเวอร์สโดยการส่งเข้าคุกไปสามปีและทำงานหนัก (หรือไปกูแล็คนั่นแหละ) อีกเจ็ดปี ซึ่งในหนังเราจะเห็นเขานั่งทอผ้าอยู่ครับ และนั่น คือจุดพลิกผันที่จะทำให้ตอนนี้ทางอเมริกาและโซเวียตเล็งเห็นว่านักโทษสปายของแต่ละฝั่งนั้น สามารถเอามาใช้ในการแลกตัวกันได้ แต่นั่นยังไม่ถึงที่สุดครับ

    จะว่าไปเรื่องเครื่องบินสอดแนมนี่ คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นใน COD จากที่ไหนน้า?


    การแลกตัวแห่งทศวรรษ

    หลังจากที่เพาเวอร์สถูกจับไม่นาน และก็เกิดการบุกอ่าวหมูขึ้นในปี 1961 ช่วงเดือนเมษายน (ภารกิจแรกใน Black Ops) ทางฝั่งเยอรมันตะวันออกซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์นั้น ได้จับตัว เฟรเดริค ไพรเยอร์ นักศึกษาปริญญาเอกจากอเมริกาที่ไปเรียนต่อที่เบอร์ลินนั้นถูกจับเพราะถูก Stasi หรือหน่วยตำรวจเยอรมันตะวันออกกล่าวหาว่าเป็นสปาย

    เฟรเดริค ไพรเยอร์ (ภาพโดย: The Times)

    จริง ๆ นั้นไพรเยอร์จะเรียกว่าซวยก็ได้ครับ เพราะจริง ๆ เขาแค่ไปติดต่อกับอาจารย์เพื่อส่งสำเนาวิทยานิพนธ์เท่านั้น แต่ในการไปครั้งนั้น ไพรเออร์ดันไปติดต่อกับพี่สาวของเพื่อนของเขา ที่เพิ่งหนีข้ามจากเบอร์ลินตะวันออกซึ่งเป็นของเยอรมันตะวันออก ไปทางฝั่งตะวันตก ซึ่งมันผิดกฎหมาย และนั่นทำให้ทางตำรวจลับใช้จุดนี้ในการตั้งข้อหาว่าเขามาสปายในสิงหาคม 1961

    ไพรเออร์กับครอบครัว (ภาพโดย: The Telegraph)

    ในภาพยนตร์นั้น จึงตัดกลับไปที่โดโนแวนและทางการสหรัฐฯ ที่สุดแล้วนั้นตัดสินใจว่าจะใช้การแลกตัวแบบ “สองต่อหนึ่ง” คือจะส่งตัวของเอเบลให้โซเวียต ในขณะที่โซเวียตต้องปล่อยเพาเวอร์สกลับมา และเยอรมันตะวันออกก็ต้องปล่อยไพรเออร์มาด้วย โซเวียตโอเคเรื่องเพาเวอร์สแต่บ่างเบี่ยงเรื่องไพรเออร์โดยให้ไปคุยกับประเทศต้นเรื่องเอง

    กำแพงเบอร์ลินขณะสร้าง (ภาพโดย: USC News – University of Southern California)

    โดโนแวนในภาพยนตร์ใช้กลยุทธอันชาญฉลาด โดยการไปขู่เยอรมันตะวันออกว่าพวกเขานั้นต้องการให้เกิดความร่วมมือนี้ขึ้น ถ้าเยอรมันตะวันออกไม่โอเคด้วยฝ่ายที่จะเสียไม่ใช่แค่พวกเขาแต่เป็นโซเวียต ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ของฝั่งคอมมิวนิสต์ และนั่นจะทำให้เยอรมันตะวันออกต้องลำบากเพราะต้องไปเคลียร์กับโซเวียตว่าทำไมปล่อยให้ข้อตกลงล่มได้

    ‘Bridge of Spies’ by DreamWorks Studios.

    การแลกตัวจึงเกิดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1962 ไพรเออร์ถูกปล่อยตัวแบบเดี่ยวที่ เชคพอยต์ ชาร์ลี ชายแดนระหว่างเบอร์ลินฝั่งตะวันตกและออก ส่วนทางเพาเวอร์สและเอเบลและตัวกันที่สะพานเกลียนิกเก้ครับ ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นเป็นอย่างไรเราขอปล่อยให้มันมาจากความสนใจของท่านผู้อ่านที่จะไปสืบต่อแล้วครับ

    สะพานเกลียนิกเก้ (ภาพโดย: la Repubblica)

    ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาระจากทาง uKNOW ที่นำเสนอให้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ปรากฏใน BOCW ตัวอย่างแรกครับ ตามข้อความที่ว่า “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคุณ” ทั้งนี้ เกมได้มีการกำหนดวันเปิดตัวเกมแบบชัด ๆ ทั่วโลกในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันที่โซเวียตปล่อย ICBM ครั้งแรกในปี 1958 ด้วย…ช่างบังเอิญจริง

    และสุดท้ายนี้ ก็ฝากกดไลก์กดแชร์ให้กับ uKNOW กันด้วยนะครับสำหรับบทความเจาะลึกแบบนี้ ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านนั้นชอบใจเราก็จะจัดแบบใหญ่ ๆ มาให้อ่านกันเรื่อย ๆ ในแง่มุมอื่นกันอีกเรื่อย ๆ แน่นอนครับ

    Nuttyctophilia
    ชอบเรื่องภูมิศาสตร์กับอ่านเกร็ดความรู้ทุกอย่าง นักเขียนไม่กี่คนในเมืองไทยที่ชอบต้นตีนเป็ด