More

    รวมมิตรหนังดีทำเงิน ! | พาส่องสุดยอดหนังโกยรายได้ของ “บิ๊กซิกซ์+1 ฮอลลีวูด” ในทศวรรษที่ผ่านมา

    ตรงนี้เสริมเล็ก ๆ ว่าของหนังไทยคือ "พี่มาก..พระโขนง" ที่ฉายในปี 2013 ครับ

    สวัสดีครับ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราอาจได้เห็นบทความหรือโพสต์รวมสิ่งสุดยอดหรือสถิติต่าง ๆ สำหรับทศวรรษที่ผ่านมาหลายอย่าง (2010-2019) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในวงการบันเทิงทั้งเกม ภาพยนตร์ เพลง บุคคล ยอดขาย ฯลฯ ซึ่งในบทความนี้ เราจะพามาดูสถิติของหนังทำเงินมากที่สุด ของค่ายหนังใหญ่ในฮอลลีวูดแต่ละค่ายกันครับ ซึ่งบางเรื่องเพื่อน ๆ อาจเดาได้ แต่บางเรื่องคาดว่าน่าจะเป็นเซอร์ไพร์สสำหรับเพื่อน ๆ เช่นกัน แต่จะมีอะไรบ้างมาชมกัน

    หมายเหตุ: รายได้ของหนังที่นำมาเป็นสถิติ เป็นจากรายได้ที่ทำได้ในการฉายทั่วโลก และจะใช้ $ แทน “ดอลล่าร์สหรัฐฯ” เพื่อความง่ายในการอ่าน

    Columbia Pictures / Sony Pictures Entertainment Motion Picture Group

    Spider-Man: Far From Home

    รายได้ $1,131,401,009

    เป็นทศวรรษที่ขรุขระพอควรสำหรับ Sony แม้จะมี James Bond ที่ร่วมมือกับ MGM เป็นแฟรนไชส์หลักของค่าย แต่ตัวพีคของจริงคือแฟรนไชส์ Spider-Man ที่ร่วมมือกับ Marvel ในการปลุกชีพอีกครั้ง ก่อนทำรายได้ทะลุพันล้านไป แต่ถ้านับภาพยนตร์ที่เป็นการจัดทำและจัดจำหน่ายของ Sony แบบเดี่ยว ๆ นั้น หนังที่ทำเงินมากที่สุดของค่ายจะเป็น Jumanji: Welcome to the Jungle ที่ฉายปี 2017 และฟาดรายได้ไป $962,126,927 ครับ

    Far From Home เป็นหนังที่ได้ความร่วมมือจาก Marvel ภายใต้การดูแลของ Disney อีกที
    Jumanji: Welcome to the Jungle ที่เป็นม้ามืดของค่ายอย่างแท้จริงในทศวรรษนี้

    20th Century Fox

    Bohemian Rhapsody (2018)

    รายได้ $903,655,259

    เป็นการทิ้งท้ายตำนานค่ายที่เศร้า ๆ หน่อยสำหรับค่ายหนังจิ้งจอก ก่อนที่จะถูก Disney ซื้อไปในปีที่ผ่านมา เพราะกลายเป็นว่าหนังที่ทำรายได้สูงที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมานั้นเป็นหนังที่ทำรายได้ไม่ทะลุถึง 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และที่สำคัญคือเป็นหนังดราม่าสายรางวัลอย่าง Bohemian Rhapsody เสียอย่างนั้น เรียกได้ว่าพลังแฟนวง Queen และฝีมือการแสดงของ รามี มาเลค ช่วยไว้ได้เยอะเลย

    นาน ๆ ทีจะเห็นหนังสายรางวัล และสายอัตชีวประวัติ ขึ้นมาทำเงินทั้งที ซึ่งเป็นช่วงที่ Fox นั้นดรอปลงจนโดนซื้อไปในท้ายที่สุด

    Paramount Pictures

    Transformers: Dark of the Moon (2011)

    รายได้ $1,123,794,079

    แม้ว่าทศวรรษนี้ ค่าย Paramount จะมี Mission: Impossible เป็นแฟรนไชส์ชูโรง แต่ท้ายที่สุดแล้ว Transformers ก็ยังเป็นชื่อที่หากินให้กับค่ายได้ตลอดและดูจะตกคนดูได้มากกว่าด้วย จึงไม่แปลกที่แม้จะฉายมาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่หนังภาคสามของแฟรนไชส์อย่างภาค Dark of the Moon ก็ยังเป็นหนังที่ทำเงินให้กับค่ายได้มากที่สุดอยู่ดี แม้ว่าหลัง ๆ มาคุณภาพจะตกลงไปจนโดนด่ามากกว่าชมก็ตาม

    ถึงหลัง ๆ มาจะออกทะเลไปเยอะ แต่พลังแฟนหนังของ Transformers ก็ยังพร้อมสนับสนุนแฟรนไชส์เรื่อย ๆ

    Universal Pictures

    Jurassic World (2015)

    รายได้ $1,648,854,864

    ถึงแม้ว่า Fast & Furious Universe จะเป็นแฟรนไชส์ที่มาแรงสุดของค่ายลูกโลกในยุคนี้ แต่หนึ่งในแฟรนไชส์ที่มีแฟนคลับเยอะและอยู่มาอย่างยาวนานไม่แพ้กันอย่าง Jurassic Park movies คือผู้ชนะตัวจริงของค่ายในทศวรรษที่ผ่านมา ในเรื่องของรายได้หนังที่ทำได้เยอะที่สุด โดยรองจาก Disney ก็มี Universal นี่แหละที่มีแฟรนไชส์หนังดี ๆ อยู่นมือเยอะพอที่จะขับเคี่ยวกันในโรงฉายได้อย่างสมศักดิ์ศรี

    ถ้า Owen Gardy คือค่าย Universal พวก Raptors ทั้งหลายแหล่นี่ก็คือ Star Wars, MCU และ Pixar ที่ Disney ส่งมาไฟว้ด้วยเรื่อย ๆ นี่แหละ

    The Walt Disney Studios

    Avengers: Endgame (2019)

    รายได้ $2,797,800,564

    สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่เซอร์ไพร์สครับเพราะ Avengers: Endgame ก็ถือว่าเป็นหนังที่ทำเงินได้มากที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา…ไม่สิ ทำรายได้เยอะที่สุดตลอดกาลสำหรับหนังทั่วโลกแล้ว (แบบไม่คิดค่าเงินเฟ้อ) และถ้าดูดี ๆ Top 20 หนังทำเงินของค่าย Disney แบบคิดรายได้ทั่วโลกนั้น มีเพียงแค่ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest (2006) เท่านั้นที่ไม่ได้ฉายในทศวรรษก่อนครับ ถือได้ว่าเป็นยุคทองของค่ายหนูมิคกี้ของแท้

    ในยุคที่ “อะไร ๆ ก็ MCU” ก็เป็นหนังอย่าง Endgame นี่แหละครับ ที่จะทำอะไรอีปิกขนาดนี้ได้

    Warner Bros. Movies

    Harry Potter and the Deathly Hallows: II

    รายได้ $1,341,693,157

    ถือได้ว่าเป็นทศวรรษที่ Warner นั้นได้ลิ้มรสทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว โดยมาจากการพยายามผลักดันจักรวาลฮีโร่ DC ที่เฟลอย่างแรงในช่วงเริ่ม ก่อนเริ่มกลับมาคลำทางได้ในช่วงท้าย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ทำไว้ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ ด้วยภาคหลักสุดท้ายอย่าง Deathly Hallows: Part II ก็ยังเป็นความสำเร็จสูงสุดของค่ายในทศวรรษที่ผ่านมาอยู่ดี

    แฟรนไชส์โลกพ่อมด ยังคงเป็นที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดสำหรับค่าย Warner

    Lionsgate

    The Hunger Games: Catching Fire (2013)

    รายได้ $864,868,047

    ในกรณีที่ไม่นับ Fox เป็นบิ๊กซิกซ์แล้ว ค่ายหนังที่มีศักยภาพในการทำหนังฟอร์มยักษ์ออกมาในยุคนี้ก็มี Lionsgate เจ้าของสิทธิ์ John Wick นี่แหละครับที่มาแรงสุด Knives Out ที่ทำออกมาในปีก่อนก็เป็นผลงานของค่ายนี้ แต่ถ้าถามว่าหนังอะไรที่เป็นตัวชูโรงที่สุดสำหรับค่ายประตูสิงห์ในทศวรรษก่อน ก็คือแฟรนไชส์ The Hunger Games หนังขวัญใจสายเสรีชน ที่ทำรายได้ทะลุ $500 ล้านทุกเรื่อง แต่ที่ปังสุดก็คือภาคสองอย่าง Catching Fire นั่นเอง

    แฟรนไชส์ The Hunger Game ยังเป็นหนึ่งในภาพจำของนักแสดงหญิงแถวหน้าในยุคนี้อย่าง “เจนลอว์” เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เจ้าของบท แคตนิส เอเวอร์ดีน อีกด้วย
    หลายคนอาจมีภาพจำว่า John Wick นั้น เป็นหนังฟอร์มยักษ์ แต่สองภาคแรก ทุนสร้างไม่เกิน $40 ล้านนะครับ

    ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับสถิติสุดระห่ำของวงการหนังในช่วงทศวรรษที่ผ่าน ก็ต้องมาดูกันว่า ในยุคที่ค่ายหนังเบอร์ต้น ๆ อย่าง Disney และ Universal มีลูกเล่นและแฟรนไชส์หนังในมือเยอะแยะที่สามารถสร้างออกมาให้คนดูได้เรื่อย ๆ จะมีสถิติหนังที่ทำรายได้แบบทะลุ $1.5 พันล้าน กันอีกง่าย ๆ รึเปล่า

    ถ้าชอบบทความนี้ ก็ฝากกดไลก์กดแชร์ กดติดตามเว็บไซต์ให้กับ Uknow ด้วยนะครับ
    รับรองว่าจะมีข้อมูลเจ๋ง ๆ แบบนี้ออกมาให้ได้อ่านกันเรื่อย ๆ แน่นอน

    Nuttyctophilia
    ชอบเรื่องภูมิศาสตร์กับอ่านเกร็ดความรู้ทุกอย่าง นักเขียนไม่กี่คนในเมืองไทยที่ชอบต้นตีนเป็ด